สมาคมผู้บริโภคสื่อสีขาว - ปลุกฝันพอเพียงสู่รั้วโรงเรียนไทย
Home arrow เรื่องน่ารู้ arrow ปลุกฝันพอเพียงสู่รั้วโรงเรียนไทย

 

Main Menu
Home
ข่าวน่ารู้
ข่าวสมาคมฯ
นิทานธรรมะสอนใจ
เพลงสร้างสรรค์
คลิปวีดีโอ
เรื่องน่ารู้
มุมสบาย
ฝากข่าวประชาสัมพันธ์
ความเป็นมาสมาคมฯ
ติดต่อสมาคมฯ
BookMarks
จัดเก็บเว็บนี้
จัดเก็บหน้านี้
ตั้งเว็บนี้ให้เป็นหน้าแรก
สั้งพิมพ์หน้านี้
Login Form
ชื่อผู้ใช้

รหัสผ่าน

จำข้อมูลการล็อกอิน
ลืมรหัสผ่าน?
RSS whitemedia
RSS FeedRSS ExcerptsRSS 0.91 FeedRSS 1.0 FeedRSS 2.0 FeedATOM FeedOPML Feed

 



 

 
ปลุกฝันพอเพียงสู่รั้วโรงเรียนไทย

ปลุกฝันพอเพียงสู่รั้วโรงเรียนไทย


           เป็นอีกวันหนึ่งที่แวดวงการศึกษาไทยจะต้องบันทึกเหตุการณ์ที่สำคัญเหตุการณ์หนึ่งซึ่งถือเป็นมิติใหม่ที่น่าสนใจยิ่ง นั่นก็คือ การที่ “คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา” ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ได้ออกมาเปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหาร 5 องค์กรหลักของกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ว่า กำลังเร่งจัดทำ “หลักสูตรเศรษฐกิจพอเพียง” เพื่อนำไปสอนนักเรียนในโรงเรียนต่างๆ และคาดว่าการจัดทำหลักสูตรจะแล้วเสร็จในราวปลายเดือนตุลาคมนี้ จากนั้นจะนำร่องเข้าไปในสถานศึกษาต่างๆ ในช่วงเปิดเทอมนี้
       
       ทันทีที่แนวคิดนี้ปรากฏสู่สายตาของสาธารณชน ก็ได้รับเสียงตอบรับอย่างกว้างขวางเลยทีเดียว


       -1-
       
       ...ก่อนอื่นคงต้องไขความคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้กันว่า พื้นฐานความคิดและหลักการเป็นอย่างไร
       
       คุณหญิงกษมา เล่าว่า จริงๆ แล้วได้มีการหารือเรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่สถานศึกษาและดำเนินการจัดทำหลักสูตรมาหลายเดือนแล้ว โดยขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ร่วมกับสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ และสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์(นิด้า) ร่วมกันยกร่างหลักสูตร โดยจะเป็นหลักสูตรที่จะแยกเรื่องนี้เฉพาะเรื่อง และจะเป็นหลักสูตรที่สอดแทรกเข้าไปในการเรียนการสอนในวิชาต่างๆ
       
       “ไม่เพียงแต่การเรียนการสอนเท่านั้น แต่การบริหารจัดการในโรงเรียนก็ควรคำนึงถึงเศรษฐกิจพอเพียงด้วย เช่น การใช้พลังงานโดยประหยัด การลงทุนในเรื่องต่างๆ แบบพอดี ไม่มีการสร้างหนี้ หรือสร้างสิ่งก่อสร้าง อุปกรณ์ที่มากมายเกินความจำเป็น รวมทั้งการส่งเสริมให้เด็กได้นำเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ในบ้าน ซึ่งเรื่องนี้มีโรงเรียนหลายแห่งให้เด็กทำบัญชีค่าใช้จ่ายประจำวัน ไปร่วมกับครอบครัวทำบัญชีครัวเรือน เป็นต้น ส่วนสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา มีการเสนอแนะเรื่องการประหยัดพลังงาน”
       
       “ยกตัวอย่างเนื้อหาเศรษฐกิจพอเพียงถ้าหากเป็นสถานศึกษาในตัวเมือง เน้นเรื่องทำบัญชี การประหยัดพลังงาน การออม ส่วนชนบท เด็กจะมีส่วนร่วมได้ เช่นทำแปลงเกษตร นำไปจำหน่ายด้วยตัวเอง และเรียนรู้วิธีการบริหารจัดการ โดยการตั้งกลุ่มย่อย ...สรุปแล้วทุกหน่วยงานจะเน้นการเรียนการสอนสอดแทรกไปในหลักสูตรในวิชาต่างๆ แล้วจะหาตัวอย่างให้เห็นว่าเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตในสถานศึกษาแล้วเชื่อมโยงไปสู่ครอบครัวได้”คุณหญิงกษมาขยายความ
       
       ด้านท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ รองราชเลขาธิการ ให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง หากทุกคนเข้าใจ ก็หมายถึงการอยู่กิน สบายใจกับการดำเนินชีวิตพอเพียงที่จะกระทำได้ในระดับอายุหรือเศรษฐกิจที่เป็นอยู่
       
       ทั้งนี้ อยากให้กระทรวงศึกษาฯ อบรมเด็กให้เข้าใจว่า ความพอคืออะไร เมื่อเข้าใจและรู้จักพอ ความโลภและความหลงก็จะไม่เกิดขึ้น และต้องเริ่มตั้งแต่เด็ก สิ่งเหล่านี้ต้องฝึกตั้งแต่เด็กให้เข้าใจว่า ของที่มีกินมีใช้เพียงพอเป็นอย่างไร แม้แต่ของเล่นบางอย่างก็ควรประดิษฐ์ได้เอง การศึกษาจึงเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าอบรมเด็กตั้งแต่เล็ก ๆ ในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงก็จะได้ผลดี
       
       ขณะที่ สมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่าเห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะเศรษฐกิจพอเพียงจะทำให้เด็กได้เรียนรู้พฤติกรรมทุนสังคมแทนค่านิยมผิดๆ เหมือนที่ผ่านมาที่ใส่ความเป็นตะวันตกมากเกินไป และเชื่อว่าหลักสูตรนี้จะทำให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ แต่ต้องไม่ใช่เรียนเพียงแต่ในตำรา ต้องให้เด็กได้ออกไปกับธรรมชาติของจริงดึงชุมชนเข้ามาเพื่อให้เด็กซึมซับคุณธรรมจริยธรรมแบบไทยที่เคยขาดหายไป
           
       อย่างไรก็ตาม หากยังจำกันได้ก่อนหน้านี้เคยมีบุคคลสำคัญได้แนะนำให้ใช้ปรัชญาพอเพียงเป็นรากฐานของการศึกษาในทุกระดับ พร้อมทั้งมีหลายสถาบันการศึกษาได้นำไปใช้กันบ้างแล้ว
       
       จากการแสดงปาฐกถาเรื่อง “การปฏิรูปการศึกษา บนฐานรากปรัชญาพอเพียง” ของ พล.อ.เปรม สรุปความได้ว่า การนำเอาปรัชญาพอเพียงมาเชื่อมกับการศึกษาก็ถือว่าเป็นเรื่องใหม่ที่ไม่เคยมีหน่วยงานใดคิดว่าปรัชญาพอเพียงจะเป็นฐานรากการศึกษาได้ แต่สำหรับผู้ที่ทำหน้าที่ผลิตครูต้นแบบได้นั้น เชื่อว่าจะสามารถทำให้เห็นภูมิปัญญาความพอเพียงอย่างแท้จริงได้
       
       ทั้งนี้ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ 2542 แสดงจุดมุ่งหมายในการพัฒนาการศึกษา การเปลี่ยนแปลงสังคม การสร้างเด็กให้มีความรู้ มีคุณธรรมเพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ทั้งในด้านความคิดและการปฏิบัติ จึงต้องถามว่าเราจะใช้อะไรเป็นฐานราก ใช้ความรู้จากทางตะวันตกส่วนหนึ่งได้ ใช้แล้วครูและศิษย์มีความพึงพอใจหรือไม่ และหากนำเอาปรัชญาพอเพียงมาใช้ด้วยจะเป็นอย่างไร
       
       “ปรัชญาพอเพียงสามารถใช้เป็นหลักสูตรตั้งแต่ในระดับอนุบาล ประถมศึกษา มัธยมศึกษาไปจนถึงระดับอุดมศึกษาได้ หรือกล่าวอีกอย่างหนึ่งว่าสามารถนำปรัชญาพอเพียงไปใช้เป็นฐานรากการศึกษาได้อย่างแน่นอน เพราะความพอเพียงก็คือความพอเหมาะ พอดี และพอเพียง มีความรู้คู่คุณธรรมเป็นเงื่อนในการปฏิบัติที่สำคัญ นอกจากนี้แล้วปรัชญาความพอเพียงยังสามารถประยุกต์ใช้กับสื่อต่างๆ ทั้งวิทยุ และโทรทัศน์ได้ ดังเช่นที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงให้มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ทำการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ดังนั้น เราจึงควรนำเอาปรัชญาพอเพียงมาเป็นฐานรากของทุกสาขาวิชา หรือหากจะนำมาประยุกต์ให้อยู่ในการศึกษาในระบบได้ก็จะเป็นเรื่องดี”
       
       สำหรับตัวอย่างในสถานศึกษาที่เห็นได้ชัดก็คือ การสร้าง “ห้องสมุดบ้านพ่อ” ของศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน จ.ฉะเชิงเทรา
       
       ดิศกุล เกษมสวัสดิ์ ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน (ศนจ.) จังหวัดฉะเชิงเทรา บอกว่า จากสร้าง “ห้องสมุดบ้านพ่อ” เป็นโครงการที่สนองแนวทฤษฎีใหม่ และแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และความรู้ที่เกี่ยวกับวิถีชีวิตของคนภาคกลาง เพื่อใช้เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับประชาชนทั่วไป นักเรียน นักศึกษา ได้ใช้เป็นที่ศึกษาค้นคว้าหาความรู้เรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
       
       ทั้งนี้ โดยนำมาจากต้นแบบหนังสือบ้านพ่อที่จัดพิมพ์ออกเผยแพร่ และสำนักพระราชวังได้จัดทำบ้านพ่อขึ้นเป็นตัวอย่าง แต่ไม่ได้ทำเป็นลักษณะห้องสมุด ศนจ.ฉะเชิงเทราจึงนำเอาแนวคิดบ้านพ่อที่สวนจิตรลดา มาสร้างเป็นห้องสมุดบ้านพ่อ เป็นแหล่งรวมองค์ความรู้เกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียง และโครงการต่างๆ ในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ โดยจำลองเนื้อหาจากหนังสือบ้านพ่อ เป็นรูปแบบการจัดการเกษตรทฤษฎีใหม่
       
       ดิศกุล อธิบายว่า รูปแบบการสร้างห้องสมุดบ้านพ่อสร้างจากบ้าน Knock down ชั้นเดียว ใต้ถุนสูง-โปร่ง ชั้นบนแบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ห้อง และ 1 เฉลียง ห้องที่ 1 เป็นห้องสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ห้องที่ 2 จัดบริการสื่อสิ่งพิมพ์และเอกสารเกี่ยวกับโครงการพระราชดำริ หนังสือพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ ส่วนเฉลียงจัดบริการสื่อสิ่งพิมพ์สาระและบันเทิงโดยทั่วไปและบริการหนังสือสารานุกรมเด็กและเยาวชน ส่วนชั้นล่างบริการสื่อสิ่งพิมพ์ให้ความรู้เรื่องการเกษตร
       
       ...ทั้งหลายทั้งปวงต้องบอกว่า การผลักดันปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให้เข้าไปอยู่ในสถานศึกษานั้น นับเป็นเรื่องดีอีกเรื่องหนึ่งในยุคปฏิรูปการศึกษาเลยทีเดียว

< ก่อนหน้า   ถัดไป >

สมาคมผู้บริโภคสื่อสีขาว เลขที่ 32 ซ.พหลโยธิน 41 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ประเทศไทย 10900
ติดต่อเราได้ในเวลาทำการของสมาคมฯ เฉพาะวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 9.00 น - 16.00 น
โทรศัพท์ 02-941-4411 : แฟกส์ 02-941-4412