|
ร้านเหล้าหน้ามหา"ลัย ปัญหาหนักใจจากมุมผู้บริหาร |
|
ร้านเหล้าหน้ามหา"ลัย ปัญหาหนักใจจากมุมผู้บริหาร
จากกรณีสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับเครือข่ายรองอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิตนักศึกษา 23 มหาวิทยาลัย อาทิ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยกรุงเทพ จัดประชุมเรื่อง "มาตรการร่วมกันในการแก้ปัญหาร้านเหล้าบริเวณใกล้มหาวิทยาลัย" ซึ่งผู้บริหารสถาบันการศึกษาแสดงความคิดเห็นถึงกรณีดังกล่าวเป็นจำนวนมาก
ผศ.ศิโรจน์ ผลพันธ์ธิน อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต (มสด.) กล่าวว่า การยกเลิกไม่ให้มีการจำหน่ายสุราในรัศมี 500 เมตรใกล้กับสถานศึกษานั้นยังเป็นการจำกัดระยะที่สั้นเกินไป ควรจะให้สถานบันเทิงที่จำหน่ายสุรานั้นเปิดในโซนที่จัดไว้ ไม่แพร่กระจายมาอยู่ใกล้กับสถานศึกษา แต่อย่างไรก็ตาม โดยส่วนตัวตนเห็นว่า การจำกัดพื้นที่ร้านเหล้าคงจะลดสถิติการการดื่มเหล้าของนักศึกษาไม่ได้มากนัก หากสถาบันการศึกษายังไม่สามารถปลูกฝังจิตสำนึก ค่านิยมให้นักศึกษารู้จักคิด และรับผิดชอบต่อขอบเขตการตัดสินใจดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้
รศ.ดร.วันชัย ศิริชนะ อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) กล่าวว่า ขณะนี้ร้านเหล่าอยู่ติดรั้วมหาวิทยาลัยเป็นเหตุแห่งอบายมุขที่สำคัญ แต่ถ้าอยู่ไกลออกไปก็จะดีกว่า แม้ว่าจะมีนักศึกษาส่วนหนึ่งออกไปเที่ยวตามร้านเหล้า หรือสถานบันเทิงก็ตาม
"โดยมฟล.มีปัญหาร้านเหล้าอยู่ติดกับรั้วมหาวิทยาลัยถึง 2 แห่ง และมีร้านที่กระจายอยู่บริเวณใกล้มหาวิทยาลัยภายในรัศมี 500 ม.อีก 3 แห่ง ทำให้มีปัญหาเด็กนักศึกษามั่วสุม ดังนั้น ผมจึงสนับสนุนโครงการนี้มาโดยตลอด แต่การเรียกร้องให้จำกัดร้านเหล้า หรือสถานบันเทิงให้ห่างจากมหาวิทยาลัยเกินกว่า 500 เมตร ก็คงไม่ดี จะเป็นการขัดขวางสิทธิ์การประกอบอาชีพ แต่หากภาครัฐสามารถจัดโซนนิ่งแบ่งเขตที่ตั้งสถานบันเทิงและร้านเหล้าให้อยู่รวมกันเป็นกลุ่มที่ห่างไกลสถานศึกษาก็จะเป็นการดี และผมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่" รศ.ดร.วันชัยกล่าว
อาจารย์อาคม กาญจนประโชติ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิต นักศึกษา มหาวิทยาลัยแม่โจ้ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยแม่โจ้มีนักศึกษาที่อาศัยอยู่ในหอพักจำนวนมาก ซึ่งในช่วงเย็นจะต้องออกมาหาอาหารรับประทานนอกบ้าน แต่แทนที่จะกินข้าวตามปกติ เมื่อเห็นร้านเหล้าที่มีตั้งอยู่เกลื่อนรอบรั้วมหาวิทยาลัยและสะดวกในการซื้อขาย ก็เป็นแรงจูงใจสำคัญให้เยาวชนเข้าไปยุ่งเกี่ยว ซึ่งส่งผลกระทบต่อผลการเรียนที่ตกต่ำลง
"หลายคนต้องถูกรีไทน์ออกกลางคัน โดยเฉพาะปัญหาที่เป็นเรื่องใหญ่ขณะนี้คือ สัดส่วนของนักศึกษาหญิงในสถาบันอุดมศึกษาที่มีแนวโน้มสูงขึ้นมากกว่านักศึกษาชาย ซึ่งมีส่วนทำให้อัตราการดื่มของผู้หญิงสูงมากขึ้นตามไปด้วย และเมื่อนักศึกษาหญิงที่ไม่สามารถครองสติของตัวเองได้ ก็อาจทำให้เกิดปัญหาเชิงชู้สาวตามมา" รองอธิการบดีม.แม่โจ้กล่าว
นายอนุชา นิลประพันธุ์ ผู้ช่วยรองอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิต นักศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า ในอดีตร้านขายสุราจะอยู่บริเวณเขตเทศบาล แต่เมื่อจัดโซนนิ่งร้านจำหน่ายสุราเหล่านี้จึงได้ย้ายมาตั้งบริเวณรอบๆ มหาวิทยาลัยมากขึ้น โดยเมื่อ 5 ปีที่ผ่านร้านค้าบริเวณรอบมหาวิทยาลัยจะเป็นร้านนม แต่ขณะนี้กลายเป็นร้านเหล้าที่มีลูกค้าเป็นนักเรียน นักศึกษาจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ติดกับหอพักนักศึกษา โดยบางร้านใช้มหาวิทยาลัยเป็นทางผ่านทะลุไปยังร้านขายสุราอีกด้วย ซึ่งมหาวิทยาลัยได้ดำเนินการฟ้องร้องเพื่อขอปิดกั้นทางดังกล่าวแล้ว แต่ในขั้นแรกมหาวิทยาลัยกลับเป็นฝ่ายแพ้คดี ทำให้เป็นปัญหาที่แก้ไม่ตก และยิ่งลุกลามมากขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงปิดภาคฤดูร้อน มีนักศึกษาถูกยิงเสียชีวิตเพราะมีปัญหาทะเลาะวิวาทกันบริเวณร้านที่ตั้งอยู่รอบรั้วมหาวิทยาลัยด้วย
"ร้านขายสุราที่ตั้งอยู่นอกเขตรั้วมหาวิทยาลัยก็ร้ายแรงแล้ว แต่มข.มีร้านขายสุราในรั้วมหาวิทยาลัยที่ยังแก้ไม่ตกอยู่ 2 ร้าน เนื่องจากมข.มีพื้นที่เชิงพาณิชย์ให้เอกชนเช่าดำเนินการคล้ายบริเวณสยามสแควร์ ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเดิมมีร้านค้าที่เปิดคล้ายร้านสะดวกซื้อ และมีการขายเหล้าเป็นหลัก 3 ร้าน แต่เมื่อผู้บริหารของมหาวิทยาลัยได้ไปเจรจาขอความร่วมมือ 1 ใน 3 ร้านยินยอมไม่จำหน่ายอีก แต่อีก 2 ร้านยังดื้อแพ่งขายสุราให้กับนักศึกษาอยู่ โดย 1 ใน 2 ร้าน เป็นเอเย่นต์ขายสุรารายใหญ่ของจังหวัดทีเดียว ซึ่งขณะนี้มหาวิทยาลัยอยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะต้องถึงขั้นยกเลิกให้เช่าพื้นที่เชิงพาณิชย์ดังกล่าวหรือไม่" นายอนุชา กล่าว
อาจารย์ปัญญา เหล่าอนันต์ธนา ผู้ช่วยรองอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิต นักศึกษามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาบริเวณโดยรอบของ มหาวิทยาลัยมีสภาพเป็นทุ่ง แต่ขณะนี้ร้านขายสุราเกิดขึ้นจำนวนมากโดยรอบมหาวิทยาลัย การที่มหาวิทยาลัยพยายามที่จะขับเคลื่อนแนวทางในการแก้ปัญหา แม้จะลดจำนวนของร้านเหล้าได้มากหรือน้อย แต่ก็ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย ซึ่งที่ผ่านมามหาวิทยาลัยไม่มีอำนาจที่จะทำอะไรได้ แต่ในอนาคตรัฐบาลควรให้อำนาจมหาวิทยาลัยบ้างเพื่อร่วมกันป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นกับนิสิต นักศึกษาของมหาวิทยาลัย
"ที่ผ่านมานักศึกษาที่ถูกรีไทน์ออกจากมหาวิทยาลัย อันดับหนึ่งมีสาเหตุมาจากการทะเลาะวิวาท ซึ่งร้อยละ 90 ของเหตุทะเลาะวิวาทมาจากการดื่มสุรา ซึ่งรัฐบาลชุดใหม่ประกาศไว้ชัดเจนว่าจะให้ความสำคัญกับคุณธรรมจริยธรรม ดังนั้น จึงถึงเป็นนิมิตหมายที่ดีในการแก้ปัญหาดังกล่าว เพราะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์คือ น้ำทำลายสติ เมื่อสติไม่มี คุณธรรมก็ไม่เกิด ซึ่งหากสถานศึกษาสามารถผลักดันให้มีการแก้ไขกฎกระทรวงเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวสำเร็จ ในส่วนของวัด และโรงเรียน น่าจะสามารถแก้ปัญหาได้ตามมา" อาจารย์ปัญญากล่าว
ความเห็นของบรรดาอาจารย์ และผู้บริหารมหาวิทยาลัย คงพอสะท้อนความหนักใจต่อสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี
จาก นสพ.มติชน
|