|
|
นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานพิธีเปิดโรงเรียนในฝัน (โรงเรียนดีใกล้บ้าน) รุ่น ๒ พร้อมทั้งปิดการสัมมนาผู้บริหารโรงเรียนในฝัน รุ่นที่ ๑-๒ เมื่อวันศุกร์ที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๕๑ ที่โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ซิตี้ จอมเทียน จ.ชลบุรี
แนวคิดของโรงเรียนในฝัน
|

|
ซึ่งเราคิดไว้หลายวิธีทั้งเรื่องการพัฒนาหลักสูตร ครู มีการผลักดันงบประมาณ การใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ แต่สิ่งต่างๆ เหล่านั้นถือเป็นนโยบายที่ต้องทำไปตามปกติเท่านั้น แต่วิธีการของโรงเรียนในฝันเป็นส่วนที่เราคิดว่า ต้องมีแนวคิดในอนาคต หรือภาษาชาวบ้านคือ มองข้ามช็อต หรือมองข้ามกาลเวลาที่เราทำงานนี้อยู่ด้วย
ในต่างประเทศที่เจริญแล้ว เราสังเกตจะเห็นว่าตอนเช้าๆ ไม่ว่าจะเป็นในเมืองหรือชนบท จะเห็นเด็กนักเรียนเดินเป็นแถวๆ ออกจากบ้านไปโรงเรียนใกล้บ้าน จึงถามว่าทำไมคนเหล่านั้นไม่กระเสือกกระสนที่จะไปโรงเรียนใหญ่ๆ ในเมือง แต่เขาเลือกที่จะเรียนใกล้บ้าน ทั้งนี้เป็นเพราะโรงเรียนต่างๆ ของเขามีมาตรฐานใกล้เคียงกัน ต่างจากประเทศไทยที่มีคนจำนวนมากต้องการจะเรียนใกล้บ้านเช่นเดียวกัน แต่ไม่มีโรงเรียนดีใกล้บ้านที่จะพอรองรับอนาคตที่ดีของเขาได้ นี่จึงเป็นสิ่งที่เราต้องคิดว่า จะทำอย่างไรให้ลูกหลานของเราได้นอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ มีสุขภาพที่ดี มีสมองปลอดโปร่ง สามารถเดินออกกำลังกายไปถึงโรงเรียนได้เอง หรือแม้แต่ลูกหลานลืมดินสอปากกา พ่อแม่ผู้ปกครองก็ยังสามารถวิ่งไปให้ลูกหลานที่โรงเรียนได้อย่างรวดเร็ว
|

โรงเรียนในฝัน ๒ รุ่นรวม ๑,๗๘๘ โรงเรียน
สิ่งเหล่านี้ จึงเป็นการก่อให้เกิดโครงการ ๑ อำเภอ ๑ โรงเรียนในฝัน (Lab School Project) ขึ้นในปี ๒๕๔๖ ซึ่งต้องขอขอบคุณคนต้นคิดโครงการนี้ในรัฐบาลสมัยนั้น และเมื่อช่วงหาเสียงเลือกตั้งที่ผ่านมา ได้รับฟังเสียงของประชาชนจำนวนมาก จึงรู้ว่าโครงการนี้ควรทำต่อเนื่องจากรุ่นแรกที่ดำเนินการไปแล้ว ๙๒๑ โรงเรียน โดยมีนักเรียนในโครงการถึง ๙๑๙,๙๓๗ คน ส่วนรุ่นที่ ๒ จะขยายกลุ่มเป้าหมายเพิ่มเป็นอำเภอละ ๑ โรงเรียน รวม ๘๖๗ โรงเรียน และเมื่อรวมกับรุ่นแรกแล้ว จะมีโรงเรียนในฝันระดับประถม-มัธยมศึกษาในแต่ละอำเภอ รวมทั้งสิ้น ๑,๗๘๘ โรงเรียน และปีที่ ๓ จะมีอำเภอละ ๓ โรง มากขึ้นไปเรื่อยๆ เพื่อให้สุดท้ายเรามีโรงเรียนต้นแบบที่ดี เป็นแบบฉบับ มีมาตรฐาน มีคุณภาพ กระจายอยู่ทั่วประเทศ เพื่อให้นักเรียนที่เรียนในโรงเรียนเหล่านี้ ไม่เสียเปรียบโรงเรียนในกรุงเทพฯ หรือโรงเรียนใหญ่ๆ
จะเน้นพัฒนาการศึกษาแนวใหม่สำหรับโรงเรียนในฝัน
รมว.ศธ.กล่าวว่า ในรุ่นที่ ๒ จะเน้นให้เป็นการพัฒนาการศึกษาแนวใหม่ ตัวอย่างโรงเรียนที่ประสบความสำเร็จในการสอนแนวใหม่ เช่น ที่โรงเรียนดรุณสิกขาลัย (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมในข่าวสำนักงานรัฐมนตรีที่ ๒๐๐/๒๕๕๑) และเมื่อวันที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๕๑ ตนได้รับเชิญไปดูงาน ICT ในการเรียนการสอนที่สิงคโปร์ ที่แบ่งกลุ่มนักเรียนกลุ่มเล็กๆ มานั่งล้อมวง ร่วมกันคิด ค้นคว้า ให้เขารู้ว่าความคิดที่ได้มาจากการค้นคว้า จากนั้นจึงให้เด็กแต่ละกลุ่มไปรวมกันทั้งหมดในห้องเรียน ได้มีโอกาสบรรยายหน้าห้องเรียน ดังนั้นการที่เด็กได้ทำเอง จะติดสมองของเขาไป เป็นการสร้างความกล้าหาญติดตัวไปตลอดด้วย การเรียนแนวนี้ถือเป็นการปลดปล่อยพลังสมองของเด็กอย่างแท้จริง
จึงจะนำแนวคิดต่างๆ เหล่านี้มาใช้มากขึ้น เพื่อให้เด็กได้ใช้พลังสมองความคิดของตนเองได้อย่างเต็มที่ โรงเรียนในฝันจะมีการทำอย่างนี้ ต่อไปเด็กที่จบมัธยมศึกษาสามารถเขียนตำราได้ อะไรที่เป็นตัวอย่างที่ดีเราจะนำมาปรับใช้ในการศึกษา เชื่อมั่นว่าอีกไม่กี่ปีจากนี้ไปเราจะมีโรงเรียนเช่นนี้อยู่ทั่วทุกแห่ง และความฝันเหล่านี้จะกลายเป็นจริง
ขอบคุณผู้อุปถัมภ์โรงเรียนในฝันที่เป็นหุ้นส่วนร่วมกันทางการศึกษา
โอกาสเดียวกันนี้ รมว.ศธ.ยังได้มอบโล่แสดงความขอบคุณผู้อุปถัมภ์โรงเรียนในฝันที่มีส่วนช่วยเหลือสนับสนุนโรงเรียนในฝันรุ่น ๒ จำนวนมาก เช่น Parametric Technology Singapore PTE มอบเงิน ๒ ล้านเหรียญสหรัฐฯ, ทรู คอร์ปอเรชั่น ๑๓ ล้านบาท, สมาคมชาวตราด ๑๐.๓ ล้านบาท เป็นต้น ทั้งยังแสดงความขอบคุณที่ทำให้ภาคการศึกษาไม่ได้ผูกขาดว่าใครเป็นเจ้าของ แต่ทุกภาคส่วนทั้งรัฐและเอกชนได้เข้ามาช่วยกันคิด ช่วยกันทำ เป็นหุ้นส่วนร่วมกัน
ฝากข้อคิดผู้บริหารโรงเรียนในฝัน
รมว.ศธ.กล่าวด้วยว่า การสัมมนาที่ผ่านมา ๓ วันของผู้บริหารโรงเรียนในฝันทั้ง ๒ รุ่น คงได้แนวทางการจัดการศึกษาที่ตกผลึกบ้างแล้ว จึงขอความกรุณาช่วยผลักดันอย่างเต็มที่ ซึ่งตนตั้งปณิธานว่า ในขณะที่ดำรงตำแหน่งอยู่ตรงนี้พร้อมจะช่วยสนับสนุน ทำงานต่อไปอย่างเต็มที่ แม้ข่าวที่ออกมาของรัฐบาลจะมีปัญหาบ้างก็ตาม พรรคการเมืองมีปัญหา การเมืองจะแย่ ก็ควรปล่อยให้การเมืองแก้ปัญหาไป ไม่เคยเอาความคิดเหล่านั้นมาชะลอความตั้งใจในการทำงาน และจะมุ่งมั่นทำงานจนนาทีสุดท้าย.
การแสดงของนักเรียนจากชลบุรีในพิธีเปิด
  
ที่มา กระทรวงศึกษาธิการ
|